Posted by: khokmakok | ธันวาคม 28, 2011

อิศรญาณภาษิต(2)(บทที่ 14-26)

☻ สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัีก
คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : จะสร้างสิ่งใดให้สูงก็อย่าสร้างเกินว่าฐานที่จะรับน้ำหนักไว้ได้ เพราะจะทำให้ล้มง่ายจะเรียนวิชาอะไรให้มีสติปัญญาเฉียบแหลมก็เรียนเถิด แต่ให้เก็บความรู้ไว้ใช้เมื่อถึงเวลาอันสมควร คนแก่มีประสบการณ์มากเราควรเชื่อฟังคำทักท้วง

☺ เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ใครทำตึงแล้วหย่อนผ่อนลงเอา นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : ประพฤติตนตามแนวทางที่ผู้ใหญ่เคยทำมาก่อนแล้วย่อมปลอดภัย ไม่ควรไปพูดขัดคอคน เพราะจะทำให้เขาโกรธไม่พอใจ ให้รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา นักเลงเก่าเขาไม่รังแกหรือทำร้ายนักเลงด้วยกัน

☻ เป็นผู้หญิงแม่หม้ายที่ไร้ผัว ชายมักยั่วทำเลียบเทียบข่มเหง
ไฟไหม้ยังไม่เหมือนคนที่จนเอง ทำอวดเก่งกับขื่อคาว่ากระไร
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : ผู้ที่เป็นหญิงหม้ายมักถูกผู้ชายพูดจาแทะโลมเหมือนกับถูกข่มเหง คนที่จนเพราะถูกไฟไหม้ ยังน่าสงสารหรือดีกว่าตนเองที่ทำตัวเองให้จน(จนเพราะเล่นการพนัน)และอย่าอวดเก่งกับขื่อคาที่เป็นเครื่องจองจำ(อย่าแสดงอำนาจโอ้อวดทำสิ่งที่ท้าทายกับบทลงโทษ)

☺ อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชือน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : แม้จะมั่นคงดังเสาหินใหญ่สูงแปดศอก แต่เมื่อถูกผลักบ่อยๆเข้าเสานั้นก็อาจคลอนแคลนได้ เปรียบเหมือนใจคนย่อมอ่อนไหวไปตามคำพูดของผู้อื่นได้ฉะนั้นจึงควรฟังหูไว้หู และคิดให้รอบคอบก่อนที่จะเชื่อใคร

☻ หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้ มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ
ที่ห่างปิดที่ชิดไชให้ทะลุ คนจักษุเหล่หลิ่วไพล่พลิ้วพลิก
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : เมื่อเวลาจะใช้ใครให้รู้จักพูดจาโดยใช้ถ้อยคำที่อ่อนหวานซึ่งใครๆก็ชอบ ไม่ควรใช้คำดุด่าว่ากล่าว สิ่งใดที่ปล่อยปละละเลย หรือฟุ่มเฟือยก็ต้องเข้มงวดกวดขันหรือประหยัดถี่ถ้วนขึ้นสิ่งใดที่เข้มงวดตระหนี่ถี่เหนียวจนเกินไป จะต้องแก้ไขทำให้สะดวก หรือคล่องตัวขึ้นและจงประพฤติตนตามที่คนส่วนใหญ่เขาประพฤติกัน

☺ เอาปลาหมอเป็นครูดูปลาหมอ บนบกหนออุตส่าห์เสือกกระเดือกกระดิก
เขาย่อมว่าฆ่าความเสียดายพริก รักหยอกหยิกยับทั้งตัวอย่ากลัวเล็บ
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : จงดูปลาหมอไว้เป็นครูสอนใจเรา แม้ปลาหมอจะถูกปล่อยไว้บนบกมันก็ยังกระเสือกกระสนเพื่อจะเอาชีวิตรอด ฉะนั้นคนเราจึงไม่ควรพ่ายแพ้แก่อุปสรรคต้องดิ้นรนขวนขวายต่อสู้ชีวิตต่อไป

☻ มิใช่เนื้อเอาเป็นเนื้อก็เหลือปล้ำ แต่หนามตำเข้าสักนิดกรีดยังเจ็บ
อันโลภลาภบาปหนาตันหาเย็บ เมียรู้เก็บผัวรู้ทำพาจำเริญ
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : คนเราถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กันอยู่ไปก็เปล่าประโยชน์อาจจะมีเรื่องราวกัน ไม่ผิดอะไรกับถูกหนามตำเข้านิดเดียวก็เกิดอาการเจ็บปวด ความโลภเป็นบาปทำให้เกิดความอยาก สามีภรรยาคู่ใดถ้าภรรยารู้จักออมรู้จักเก็บ สามีรู้จักทำมาหากินก็จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์

☺ ถึงรู้จริงนิ่งไว้อย่าไขรู้ เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ
ไม่ควรก้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : แม้ว่าเราจะรู้จริงเราก็ไม่ต้องอวดว่าเรารู้เดี๋ยวเขาก็จะสรรเสริญเอง ไม่ควรทำอะไรเกินหน้าเกินตาคนอื่นเพราะคนเกลียดเรามีมากกว่าคนรักเรา

☻ วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก ถึงมีปากมีเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย
ผีเรือนตัวไม่ดีผีอื่นพลอย พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : ถ้าไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เสมอเขาไปโต้เถียงกับเขาก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีใครเชื่อ มีปากก็เหมือนไม่มีเหมือนปากเต่าปากหอย คนในบ้านนั่นแหละเป็นใจช่วยให้คนนอกบ้านเข้ามาทำความเสียหาย การพูดพล่อยๆโดยไม่คิดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

☺ แต่ไม้ไผ่อันหนึ่งตันอันหนึ่งแขวะ สีแหยะแหยะตอกตะบันเป็นควันฉิว
ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรือหิวชั่งใจดูจะสู้ช้าง
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : แม้ไม้ไผ่อันหนึ่งตันกับอีกอันหนึ่งผ่าครึ่งออก เมื่อนำมาสีกันเบาๆ อาจเกิดควันได้ ฉะนั้นจงอย่าได้ประมาทการกระทำที่ดูเหมือนจะไม่เป็นพิษเป็นภัย ช้างเป็นสัตว์ที่มีพลังเมื่อมันถีบเรารับรองว่ากระเด็นแน่นอน
ฉะนั้นหากจะสู้กับช้างก็ควรประเมินกำลังของเราเสียก่อนว่าอยู่ในภาวะใดมีกำลัง หรืออ่อนแรง จะเตรียมสู้ หรือหนี
ดูให้เหมาะแก่สถานการณ์

☻ ล้องูเห่าเล่นได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง
ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : การล้อเล่นกับงูเห่าซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอันตรายมากทำได้ แต่ต้องเป็นคนใจกล้า แต่อย่าไปเข้าข้างหางเพราะอาจเกิดอันตรายได้ และต้องทำด้วยความว่องไวอย่างเด็ดขาดทันทีจึงจะไม่ตกอยู่ในฐานะที่เพลี่ยงพล้ำ

☺ ถึงเพื่อนฝูงที่ชอบพอขอกันได้ ถ้าแม้ให้เสียทุกคนกลัวคนขอ
พ่อแม่เลี้ยงปิดปกเป็นกกกอ จนแล้วหนอเหมือนเปรตเหตุด้วยจน
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : การจะขออะไรกับเพื่อนฝูงที่ชอบพอกันก็สามารถขอกันได้ แต่จะให้ทุกคนที่ขอคงไม่ได้พ่อแม่เลี้ยงดูทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี ถ้าหากเป็นคนจนก็จะเหมือนเปรตที่เที่ยวขอส่วนบุญ

☻ ถึงบุญมีไม่ประกอบชอบไม่ได้ ต้องอาศัยคิดดีจึงมีผล
บุญหาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน
ถอดความหมายของบทนี้ได้ความว่า : ถึงมีบุญวาสนาไม่ทำการงานใดๆก็ไม่ดี ต้องเป็นผู้ที่คิดดี ทำดีบุญจึงส่งผล เมื่อหมดบุญลงแล้วอย่าทะนงตนว่าเป็นผู้มีบุญบารมี ขอให้คนเราคิดว่าความรักความชังนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนเท่าการทำความดี

ขอขอบคุณ http://www.thaigoodview.com
และ หนังสือวรรณคดีวิจักษ์ ม.3

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: